กลับ มาสร้างความประทับใจอีกครั้งสำหรับเทศกาลรักดี ดนตรีสร้างสุข ครานี้โคจรมาถึงภาคเหนือกันแล้วกับ เทศกาลล้านนาดนตรีสร้างสุข “ละอ่อนบรรเลง ระมิงค์ขับขาน” ที่จัดขึ้น เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ ลานดนตรีประตูท่าแพ ถนนคนเดิน จ. เชียงใหม่ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. นั่นเอง
งานนี้นอกจากจะเป็นเวทีที่ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้มีโอกาสแสดงความ สามารถในการร้อง-เล่น-เต้น-แต่ง แล้วยังสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมให้เป็นด้านบวกได้ โดยบรรยากาศภายในงานยังเต็มไปด้วยศิลปวัฒนธรรมต่างๆ ของล้านนา ที่มีทั้งซุ้มสืบสานล้านนา ซุ้มศิลปะสร้างสุข ซุ้มภูมิปัญญาชนเผ่า และอื่นๆ อีกมากมาย
ผศ.ดร.วิลาสินี อดุลยานนท์ ผอ.สำนักรณรงค์และสื่อสารธารณะเพื่อสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวเกี่ยวกับการจัดงานว่า สสส.ได้เล็งเห็นความสำคัญของดนตรีว่าสามารถเข้าถึงเด็กและเยาวชนได้ดีกว่า สื่อชนิดอื่นๆ และดนตรีนำพามาซึ่งความสุข โครงการล้านนาดนตรีสร้างสุข จึงเป็นอีกหนึ่งเวทีที่จะสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้มาแสดงความสามารถ แลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชน พร้อมทั้งช่วยพัฒนาศักยภาพของเด็ก สร้างการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชนได้ดี สสส.จึงให้การสนับสนุนโครงการดนตรีสร้างสุขนี้มาอย่างต่อเนื่อง
ด้าน นายดนัย หวังบุญชัย ผู้จัดงานแผนงานทุนอุปถัมภ์เชิงรุกเพื่อสื่อศิลปวัฒนธรรมและกิจกรรม สร้างสรรค์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. บอกว่า การร้อง เล่น เต้นรำ ด้วยดนตรีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน ช่วยให้เด็กได้รู้จักและรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมท้องถิ่นแบบดั้งเดิมเอา ไว้ นอกจากจะผลักดันให้เด็กได้แสดงออกในทางที่ดีแล้วยังทำให้เด็กห่างไกลจาก สิ่งเสพติด อบายมุขทั้งหลายไปในตัวแล้ว การจัดเวทีให้เด็กและเยาวชนมาแสดงความสามารถ แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ การแสดงต่างๆ ซึ่งกันและกันนั้นจะเป็นการ สร้างสีสันแห่งความสุขที่เกิดขึ้นกับตัวเด็ก ผู้ปกครองและชุมชนแล้ว สังคมเองก็จะเข็มแข้งขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์


.....นับเป็นความสำเร็จที่หาค่าไม่ได้จาก “คนรักดี ดนตรีสร้างสุข” เพราะนอกจากผลลัพธ์ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน ที่เปลี่ยนจากเด็กที่ดูแข็งกร้าว ไม่กล้าแสดงออก กลับกลายเป็นคนที่กล้าเดินขึ้นเวทีถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมและความสามารถของตน ออกมาให้สังคมได้ประจักษ์จนเป็นที่ยอมรับทั้งในความสามารถและยอมรับในตัว เด็กและเยาวชนเพิ่มมากขึ้นได้...
เกี่ยวกับเรื่องนี้เอง นางสาวรัชนี วิศิษฏ์วโรดม ผู้ประสานงานเครือข่ายดนตรีสร้างสุขระดับภาค กล่าวว่า การนำเอาดนตรีและศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านล้านนามาหลอมรวมเป็นกระบวนการฝึกอบรม เด็กและเยาวชนในภาคเหนือครั้งนี้ นอกจากจะช่วยอนุรักษ์ความเป็นล้านนาให้คงอยู่แล้วยังทำให้เด็กและเยาวชนที่ เป็นชาติพันธ์ หวนกลับมาให้ความสำคัญกับ อัตตลักษณ์ของชนเผ่าเกี่ยวกับ “ภาษา” ของตัวเองเพิ่มมากขึ้นไปด้วย และที่สำคัญเด็กและเยาวชนเหล่านี้สามารถที่จะแสดงและสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ ออกมาได้อย่างน่าทึ่ง
..... เล่นดนตรี ร้องเพลง แสดงละคร กลองสะบัดชัย กลองปูเจ่ ฟ้อนดาบ ฟ้อนเจิง สะล้อ ซอ ซึง คีตกวีนาฎลีลา ผลงานที่สร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นในงานครั้งนี้.....
นายสมชาย ถาวรวิจิต อายุ 20 ปี เยาวชนชาวเขาเผ่าม๊ง หนึ่งในเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ เล่าว่า เวทีของ “คนรักดี ดนตรีสร้างสุข” ทำให้ตนเองได้ค้นพบว่าแท้ที่จริงแล้วตนเองเป็นคนชอบดนตรี อีกทั้งยังผลักดันให้ชาวเขาที่ด้อยโอกาสอย่างตนได้มีโอกาสมาแสดงความสามารถ ในด้านที่ถนัดให้แก่สังคมจนเป็นที่ยอมรับได้อย่างน่าปลื้มในเพราะไม่คิดว่า ชาวเขาตัวเล็กๆ จะมีโอกาสก้าวมาไกลได้ถึงขนาดนี้ ส่วนความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับทั้งหมดนั้นตนจะนำกลับไปเผยแพร่ให้เด็ก และเยาวชนชาวเขาเผ่าม้งที่ด้อยโอกาสต่อไป
ด้านเด็กหญิงจุรดาพร ศรีคำดี อายุ 14 ปี ความสามารถที่นำมาแสดงคือ ขับขานซอพื้นเมือง บอกว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ทำให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ห่างไกลยาเสพติดทั้ง เหล้า บุหรี่ได้ อีกทั้งยั้งสามารถนำเงินที่ได้รับจากการแสดงในสถานที่ต่างๆ ไปช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้อีกด้วย ที่สำคัญไปกว่านั้นยังเป็นการสืบสานการละเล่นประเพณีท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป ได้อีกด้วย
แสง สี เสียง และการแสดงจากเหล่าบรรดาเด็กและเยาวชน ทำให้งานทั่วทั้งบริเวณลานดนตรีประตูท่าแพ ถนนคนเดิน จ. เชียงใหม่ เต็มไปด้วยเด็ก เยาวชน พ่อแม่ผู้ปกครอง หรือผู้ใหญ่ แม้กระทั่ง ผู้สูงอายุ ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติต่างมีแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุข มีรอยยิ้มที่ปลิ่มอาบสองแก้ม มีเสียงหัวเราะจนดังกึกก้องไปทั่วบริเวณงาน ประกาศให้รู้ว่า ความสุข กำลังกระจายอยู่ในหัวใจของทุกคนแล้ว
... มาถึงตอนนี้สามารถตอบโจทก์ได้แล้วหรือยังว่า ความละเมียดละไมของดนตรี เป็นเครื่องมือที่สำคัญที่จะผสานให้เด็กและเยาวชนกับสังคมเข้าใจกันเพิ่มมาก ขึ้นได้..วันนี้เมล็ดพันธุ์คนดนตรีงอกงามและเบ่งบานด้วยดนตรีแล้ว...จากเด็ก และเยาวชนที่ถูกมองว่าเป็นเพียงแค่จุดเล็กๆ แต่การได้ ร้อง เล่น เต้น แต่ง ในครั้งนี้ทำให้สังคมรับรู้แล้วว่า ถึงจะเล็กก็เล็กพริกขี้หนูจริงๆ
















































ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น